Welcome to blogger of Warunya.

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Record13 1 November 2016
เนื้อหาการเรียนการสอน (Knowledge)
          วันนี้เริ่มต้นการเรียนการสอนด้วยวีดีโอขั้นตอนการประดิษฐ์ของเล่นที่เป็นสื่อการสอนของแต่ละกลุ่ม เมื่อเปิดจบแล้วอาจารย์ก็ได้ให้คำแนะนำและการแก้ไขก่อนจะนำไปสอนเด็ก

หลอดมหัศจรรย์

รถพลังงานลม

คานดีดจากไม้ไอติม

ขวดน้ำนักขนของ

          การทำสื่อการสอนด้วยเทคโนโลยีนั้นสามารถทำได้หลากหลาย และเมื่อทำขึ้นมาแล้วต้องทำให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดจากการทำสื่อนั้น ก่อนจะเผยแพร่ไปสู่โลกออนไลน์นั้นต้องตรวจสอบผลงานให้ดีก่อน เช่น การใช้ภาษา ความถูกต้องของภาษา ความเหมาะสมกับเด็ก เป็นต้น เพราะเด็กจะเรียนรู้จากสื่อเทคโนโลยีนี้ต้องทำให้ดีและเหมาะสมกับเด็กด้วย
          จากนั้นอาจารย์ได้สอนเรื่องการออกแบบการสอนต้องคำนึงถึงพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน
- ด้านร่างกาย 
           การเคลื่อนไหว (ประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อกับอวัยวะ เช่น การขว้างลูกบอลเด็กจะได้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา การวิ่งกระโดดข้ามสิ่งกรีดขวางเด็กจะได้เรื่องความสัมพันธ์ขากับตา เป็นต้น)
          สุขภาพอนามัย (การออกกำลังกาย)
          การเจริญเติบโต (การเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆแสดงออกมาทางส่วนสูงและน้ำหนัก)
- ด้านอารมณ์ จิตใจ 
           สามารถแสดงความรู้สึกและรับรู้ความรู้สึกของคนอื่นได้
- ด้านสังคม
          การมีปฏิสัมพันธ์ อยู่ร่วมกับผู้อื่น การช่วยเหลือตนเองได้
- ด้านสติปัญญา
          ภาษา (ฟัง พูด อ่าน เขียน)
          การคิด (เชิงเหตุผล , คิดสร้างสรรค์)
ซึ่งการออกแบบกิจกรรมนั้นต้องออกแบบกิจกรรมให้เด็กได้รับการพัฒนาครบทุกด้าน ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับพัฒนาการแต่ละช่วงวัย และรวมถึงวิธีการเรียนรู้ของเด็กด้วย


 

          เมื่ออาจารย์ได้อธิบายการออกแบบกิจกรรมให้เด็กจบแล้ว จากนั้นอาจารย์ก็ได้ให้นักศึกษานั่งรวมกลุ่มกันเพื่อระดมความคิดออกแบบกิจกรรมให้เด็กตามหน่วยการสอนที่เราได้คิดไว้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เด็กต้องเรียนรู้นั้นแบ่งออกเป็นกี่วิชาเพื่อนำมาสอนแบบบูรณาการ และกิจกรรมแต่ละวันนั้นมีอะไรบ้าง โดยแบ่งออกได้ดังนี้

           กิจกรรมสุดท้ายคือการคิดกิจกรรมการสอนที่จะสอนใน 1 สัปดาห์ แบ่งออกเป็น 6 กิจกรรมหลัก โดยที่สอดคล้องกับหน่วยของเราและสามารถสอนให้เด็กได้เรื่องของวิทยาศาสตร์ด้วย กลุ่มของเราได้คิดกิจกรรมได้ดังนี้

1. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
- วันจันทร์ เคลื่อนไหวตามคำบรรยาย
- วันอังคาร เคลื่อนไหวตามความจำ
- วันพุธ เคลื่อนไหวประกอบเพลง
- วันพฤหัสบดี เคลื่อนไหวตามความจำ
- วันศุกร์ เคลื่อนไหวตามจินตนาการ
2. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
- วันจันทร์ ชนิด (กิจกรรมรู้จักไข่) - วันอังคาร ลักษณะ (กิจกรรมจับคู่ภาพ) - วันพุธ การเปลี่ยนแปลง (กิจกรรมถนอมไข่) - วันพฤหัสบดี ประโยชน์ (กิจกรรมคุกกิ้งไข่) - วันศุกร์ ข้อควรระวัง (กิจกรรมนิทาน)
3. กิจกรรมสร้างสรรค์
- วันจันทร์ ประดิษฐ์ตุ๊กตาล้มลุก - วันอังคาร ตกแต่งไข่ - วันพุธ ไก่ออกไข่ - วันพฤหัสบดี ปั้นดินน้ำมันเมนูไข่ - วันศุกร์ ประดิษฐ์แผงไข่
4. กิจกรรมเสรี
5. กิจกรรมกลางแจ้ง
6. กิจกรรมเกมการศึกษา
ทักษะที่ใช้ในการเรียนรู้ (Skill)
           - ทักษะการฟัง
           - ทักษะการดู
           - ทักษะการคิดอย่างเป็นกระบวนการ
           - ทักษะการสรุปข้อมูล
           - ทักษะการเขียน
           - ทักษะการออกแบบ

เทคนิคการสอนของอาจารย์ (Technique teaching)
           อาจารย์สอนและให้นักศึกษาได้คิดออกมาในรูปแบบ Mind map เพื่อให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้น และสอนในรูปแบบการถามตอบเพื่อให้นักศึกษาได้คิดอย่างมีเหตุผล

การนำไปประยุกต์ใช้ (Adoption)
          ได้รับความรู้เรื่องการออกแบบกิจกรรมสำหรับเด็กเพื่อการนำไปสู่การออกแบบกิจกรรมเสริมประสบการณ์ให้กับเด็กได้อย่างถูกต้อง รวมไปถึงได้รับความรู้เรื่องการบูรณาการความรู้ในรายวิชาต่างๆลงในกิจกรรม ทำให้มีความรู้และสามารถนำไปออกแบบกิจกรรมทั้ง 6 กิจกรรมที่มีการบูรณาการหลายๆวิชาได้
การประเมิน
ประเมินตนเอง - เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียนไม่รบกวนเพื่อน
ประเมินเพื่อนร่วมชั้น - เพื่อนๆ เข้าเรียนตรงเวลาตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน 
ประเมินอาจารย์ผู้สอน - อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา ตั้งใจสอน และมีความเป็นกันเอง

คำศัพท์
1. Wonderful = มหัศจรรย์
2. Growth = การเจริญเติบโต
3. Reason = เหตุผล
4. Explain = อธิบาย
5. Artificial = ประดิษฐ์

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Record12 25 October 2016

เนื้อหาการเรียนการสอน (Knowledge)
          การเรียนการสอนในวันนี้เป็นการนำเสนอ Mind map ที่ได้ทำขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ได้นำไปแก้ไขมาแล้วทีละกลุ่มและอาจารย์ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติม
 หน่วยต้นไม้

 หน่วยผลไม้

 หน่วยปลา

หน่วยยานพาหนะ

หน่วยไข่

หน่วยอากาศรอบตัวฉัน

หน่วยดอกไม้

           อาจารย์ได้แนะนำแผนผังความคิดของแต่ละกลุ่ม และพูดรวมๆว่าการทำ Mind map ที่ถูกต้องและทำให้เราจำได้ง่ายขึ้นนั้นต้องทำเป็นคล้ายๆ เส้นสมองที่แตกขยายออกไปเช่นเดียวกับการแยกหัวข้อในการทำ Mind map อาจารย์แนะนำไว้ใช้เป็นแนวทางในการทำครั้งต่อไป
           จากนั้นอาจารย์ก็ได้อธิบายว่าหน่วยต่างๆ ที่แต่ละกลุ่มคิดมานั้นสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เด็กปฐมวัยอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแผนการสอนต่อไป เมื่อเข้าใจกันทุกกลุ่มแล้วอาจารย์ก็ได้ให้แต่งละกลุ่มแบ่งงานกันให้คิดแผนการจัดประสบการณ์ให้เด็กคนละ 1 หัวข้อ
มาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
สาระที่ 1 : สิ่งมิชีวีตกับกระบวนการดำรงชีวีต
       มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวีตความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหนาที่ของระบบตต่างๆ ของสิ่งมีชีวีตที่ทำงานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิตของตนเอง และดูแลสิ่งมีชีวีต
       มาตรฐาน ว 1.2 : เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวิฒนาการของสิ่งมีชีวีติ ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลต่อมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
สาระที่ 2 : ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
       มาตรฐาน ว 2.1 : เข้าใจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต ความสมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวีตต่างๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
       มาตรฐาน ว 2.2 : เข้าใจความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น ประเทศ และโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
สาระที่ 3 : สารและสมบัติของสาร
       มาตรฐาน ว 3.1 : เข้าใจสมบัติของสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้าง และแรงยึดเหนึยวระหว่างอนุภาค มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
       มาตรฐาน ว 3.2 : เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนสถานะของสาร การเกิดสารละลาย การเกิดปฏิกิริยาเคมี มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
สาระที่ 4 : แรงและการเคลื่อนที่
       มาตรฐาน ว 4.1 : เข้าใจธรรมชาติของแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วงและแรงนวเคลียร์ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและมีคุณธรรม
        มาตรฐาน ว 4.2 : เข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุในธรรมชาติ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
สาระที่ 5 : พลังงาน
       มาตรฐาน ว 5.1 : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำรงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ ระหว่างสารและพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
สาระที่ 6 : กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
      มาตรฐาน ว 6.1 : เข้าใจกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธ์ของกระบวนการต่างๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
สาระที่ 7 : ดาราศาสตร์และอวกาศ
        มาตรฐาน ว 7.1 : เข้าใจวิวัฒนาการของระบบสุริยะและกาแลกซี่ ปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะและผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกมีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
       มาตรฐาน ว 7.2 : เข้าใจความสำคัญของเทคโนโลยี อวกาศที่นำมาใช้ในการสำรวจอวกาศ และทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการเกษตรและการสื่อสาร สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างมีศีลธรรมต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม
สาระที่ 8 : ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
       มาตรฐาน ว 8.1 : ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และจิตวิทยาศาสตร์ ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ มีรูปแบบทที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นๆ เข้าใจว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมและสิ่งแวดล้อม มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ทักษะที่ใช้ในการเรียนรู้ (Skill)
           - ทักษะการฟัง
           - ทักษะการคิดอย่างเป็นกระบวนการ
           - ทักษะการสรุปข้อมูล
           - ทักษะการเขียน
           - ทักษะการเชื่อมโยงข้อมูล
เทคนิคการสอนของอาจารย์ (Technique teaching)
          อาจารย์มีเทคนิคการสอนที่ทำให้นักศึกษาจำได้ดีผ่านการทำผังความคิด และมีการสอดแทรกคุณธรรมให้นักศึกษาครูอยู่ตลอด
การนำไปประยุกต์ใช้ (Adoption)
          ได้รับความรู้เกี่ยวกับการเขียนแผนผังความคิดและทบทวนมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อนำไปใช้ในการเขียนแผนการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัยเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ รวมถึงการบูรณาการกับวิชาอื่นๆด้วย เพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมให้เด็กต่อไป
การประเมิน
ประเมินตนเอง - ตั้งใจเรียน เข้าเรียนตรงเวลา และแต่งกายเรียบร้อย
ประเมินเพื่อนร่วมชั้น - เพื่อนๆตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงานไม่รบกวนเพื่อน
ประเมินอาจารย์ผู้สอน - อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา และมีกิจกรรมมาให้นักศึกษาได้ทำ
คำศัพท์
1. Chart ideas = ผังความคิด
2. Accord = สอดคล้อง
3. Resource = ทรัพยากร
4. Nature = ธรรมชาติ
5. Moral = คุณธรรม
ไฟฉายแสนสนุก

วัสดุอุปกรณ์
      1. ไฟฉาย
      2. กระดาษแก้ว 3 สี (สีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง)
      3. หนังยาง
      4. กระดาษเทาขาว
      5. เทปกาว
      6. กระดาษสี
ขั้นตอนการทำ
     1. ตัดกระดาษเทาขาวล้อมรอบหัวไฟฉายให้มีขนาดใหญ่กว่าหัวไฟฉายเล็กน้อยและติดด้วยเทปกาว ทำทั้งหมด 3 อัน

     2. ตัดกระดาษแก้วทั้ง 3 สีให้เป็นสีเหลี่ยม

     3. นำกระดาษแก้วที่ตัดไว้ไปครอบกระดาษเทาขาวแล้วใช้หนังยางรัดให้เแน่น และใช้กระดาษสีห่อหุ้มด้านนอกไว้ให้เรียบร้อยทำจนครบทุกสี

วิธีการเล่น
     1. นำกระดาษแก้วที่เป็นสีเหลืองมาครอบไฟฉาย เปิดไฟฉาย จะเกิดสีอะไร
     2. นำกระดาษแก้วที่เป็นสีแดงมาคลอบไฟฉาย เปิดไฟฉาย จะเกิดสีอะไร
     3. นำกระดาษแก้วที่เป็นสีน้ำเงินมาคลอบไฟฉาย เปิดไฟฉาย จะเกิดสีอะไร

ความรู้เกี่ยวกับสีของแสง

     การมองเห็นสีต่างๆ บนวัตถุเกิดจากการผสมของแสงสี เช่น แสงขาวอาจเกิดจากแสงเพียง สีรวมกัน แสงทั้ง สี ได้แก่ แสงสีแดง แสงสีเขียว และแสงสีน้ำเงิน หรือเรียกว่าสีปฐมภูมิ และถ้านำแสงที่เกิดจากการผสมกันของสีปฐมภูมิ สีมารวมกันจะเกิดเป็น สีทุติยภูมิ ซึ่งสีทุตยภูมิแต่ละสีจะมีความแตกต่างกันในระดับความเข้มสีและความสว่างของแสง 
     เรามองเห็นวัตถุที่เปล่งแสงด้วยตัวเองไม่ได้ก็เพราะมีแสงสะท้อนจากวัตถุนั้นเข้าสู่นัยย์ตาของเรา และสีของวัตถุก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแสงที่สะท้อนนั้นด้วย โดยวัตถุสีน้ำเงินจะสะท้อนแสงสีน้ำเงินออกไปมากที่สุด สะท้อนแสงสีข้างเคียงออกไปบ้างเล็กน้อย และดูดกลืนแสงสีอื่น ๆ ไว้หมด ส่วนวัตถุสีแดงจะสะท้อนแสงสีอดงออกไปมากที่สุด มีแสงข้าวเคียงสะท้อนออกไปเล็กน้อย และดุดกลืนแสงสีอื่น ๆ ไว้หมด สำหรับวัตถุสีดำจะดูดกลืนทุกแสงสีและสะท้อนกลับได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น